#MeToo เมื่อข่าวฉาวของผู้กำกับชื่อดังทำให้สังคมต้องเคลื่อนไหว

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ผู้คนจำนวนมากเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศอีกครั้ง หลังจากที่หนังสือพิมพ์อเมริกันชื่อดัง เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ (The New York Times) ออกมาเปิดโปงพฤติกรรมการล่วงละเมิดทางเพศอันฉาวโฉ่ของโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ฮอลีวูดมือทอง ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน (Harvey Weinstein) ผู้สร้างภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ และ กู๊ด วิล ฮันติ้ง ซึ่งหลังจากการเปิดโปงดังกล่าว ก็ได้มีผู้หญิงมากกว่า 40 คน รวมไปถึงนักแสดงฮอลีวูดชื่อดังอย่าง แองเจลินา โจลี และ กวินเน็ธ พัลโทรว์ ออกมายืนยันถึงพฤติกรรมของนายฮาร์วีย์ อีกทั้งยังได้เปิดเผยเรื่องราวของตนเองอีกด้วย

หลังจากที่ข่าวการล่วงละเมิดทางเพศของนายฮาร์วีย์ ไวน์สตีนได้ออกมาสู่สาธารณะชน สาว ๆ ทั่วโลก ก็ได้พากันออกมารณรงค์ให้ผู้ที่เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศออกมาบอกเล่าถึงเรื่องราวของตนเอง ตั้งแต่การโดนพูดจาแทะโลม ถูกจับเนื้อต้องตัว ไปจนถึงการขืนใจ ผ่านการใช้แฮชแท็ก #MeToo บนโซเชียลมีเดียอย่าง ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม เพื่อให้สังคมตระหนักว่าปัญหาการคุกคามทางเพศนั้นเป็นเรื่องใกล้ตัว และกระตุ้นให้สังคมร่วมมือกันทำอะไรสักอย่าง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นต่อไป

ไม่พอใจก็พูดออกไป…อย่าเก็บไว้!

การออกมารณรงค์ให้คนพูดถึงปัญหาการถูกล่วงละเมิดทางเพศของตนเองเป็นสิ่งที่ท้าทายความเชื่อทั่วไปของสังคมซึ่งเชื่อว่า การพูดถึงปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องน่าอาย เก็บไว้คนเดียวดีกว่า เพราะถ้าพูดไปก็เหมือนประจานตัวเองให้เสียหายเปล่า ๆ หลายคนมักจะแก้ปัญหาโดยการพยายามนึกซะว่ามันเป็น “ความซวย” ที่ “เกิดขึ้นได้” และเราก็แค่ต้อง “ลืม ๆ มันไป” ซึ่งการทำแบบนี้นอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาให้หมดไปแล้ว ยังเป็นเหมือนการยอมรับอีกว่าการล่วงละเมิดทางเพศเป็นเรื่องปกติที่ใคร ๆ ก็ทำกัน

ดังนั้นถ้าเราเป็นหนึ่งในผู้ที่เคยถูกคุกคามทางเพศ ขอให้รู้ไว้ว่าการออกมาแสดงความไม่พอใจของเราไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดเลย นอกจากนี้ เราไม่จำเป็นต้องรอให้ตัวเองโดนคุกคามทางร่างกายก่อนแล้วจึงพูด ถ้าหากว่าไม่พอใจอะไร ก็พูดไปตรง ๆ เลยดีกว่า เช่น ถ้าโดนแซวแล้วไม่ชอบ ก็บอกไปตรง ๆ ว่าไม่ชอบ (ด้วยคำพูดดี ๆ) นอกจากผู้ชายคนนั้นจะรับรู้แล้ว ยังเป็นการนำให้คนรอบตัวเรากล้าพูดไปพร้อมกับเรา ผู้ชายที่แซวผู้หญิงจนเป็นนิสัยจะได้เริ่มละอาย เลิกทำพฤติกรรมนี้ รวมไปถึงเลิกการกระทำคุกคามผู้หญิงแบบอื่น ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงทุกคนก็ต้องเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะพูดหรือไม่พูดเรื่องอะไร เพราะบางสถานการณ์ การพูดทันทีก็อาจนำผลเสียมากกว่าผลดีมาสู่ตัวเองก็ได้ค่ะ